วรุจ's profileSpace ของ วรุจPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 22

    วรุจ

     

    ครูและศิษย์ ผู้ดำเนินชีวิตทางคุณธรรมร่วมกัน

     

    โดย กาญจนรัตน์ ทวีศักดิ์ โรงเรียนวังไกลกังวล
                ท่านผู้รู้นิยามว่า "คุณธรรม" มาจากคำว่า "คุณ" หมายถึง "สิ่งที่มีประโยชน์" และคำว่า "ธรรม" หมายถึง  "ความดี" หรือ "สภาพที่ทรงไว้"
                 ดังนั้น คุณธรรมจึงหมายถึง
     ความดีที่มีประโยชน์ หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งสิ่งดีงามที่มีประโยชน์ เช่น ความเมตตา ความเสียสละ ความยุติธรรม ความกล้าหาญทางจริยธรรม จิตสาธารณะ ฯลฯ ล้วนเป็นความดีที่มีประโยชน์หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขต่อชีวิต และสังคมทั้งสิ้น
                 คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่  มีมุมมองที่ต่างกันคือ ปราชญ์ชาวกรีก  เช่น เพลโต (Plato)  มองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้  เป็นเรื่องที่แต่ละคนจะเรียนรู้และพัฒนาขึ้นได้ด้วยตัวของเขาเอง  เช่น  เราอธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ใครฟังแล้วก็ไม่อาจทำให้เขามีเมตตาได้ การมีเมตตาเป็นเรื่องของคนแต่ละคนที่จะเข้าใจในความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์แล้วเกิดความรู้สึกเมตตาขึ้นในใจของเขาเอง มีพระพุทธพจน์ที่อาจทำให้เข้าใจคล้ายๆ กันนี้ว่า "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง   ส่วนการเดินทางเป็นหน้าที่ของท่านทั้งหลายเอง" ทำให้บางคนตีความว่า พุทธศาสนามองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้
                การสอนคืออะไร

                สมมุติว่าครูกำลังสอนนักเรียนให้เขียน ก ไก่ ในกรณีนี้ การสอนคืออะไร? คือ การอธิบาย, สาธิตวิธีการเขียน ก ไก่วิธีใช้อุปกรณ์การเรียน, จับมือนักเรียนเขียน  ใช่หรือไม่
                 คำตอบคือใช่แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะในการสอนเขียน ก ไก่ สิ่งที่เด็กอาจสัมผัสได้มีทั้งบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกสนาน ความยิ้มแย้มแจ่มใส คำพูดที่ไพเราะ เป็นกันเอง ความเอาใจใส่ ความตรงต่อเวลา ฯลฯ ของครู ซึ่งรวมๆ แล้ว ก็คือ สิ่งดีงามทั้งปวงที่กระตุ้นให้เด็กๆ มีความสุขและกระตือรือร้นในการเรียน
                 โดยนัยนี้ ในการสอนคุณธรรม เช่น ความเมตตา จึงไม่ใช่เพียงแค่อธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ผู้เรียนเข้าใจก็ถือว่าเพียงพอแล้ว การสอนความเมตตา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จะต้องมีอะไรที่มากกว่าการให้ "คำอธิบาย"
                 ดังนั้น จากพระพุทธพจน์ที่ว่า
    "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง..." ไม่น่าจะหมายความว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้ เพราะถ้าคุณธรรมสอนกันไม่ได้แล้ว ทำไมพระพุทธองค์จึงสอนคุณธรรม ตั้ง 45 ปี และทำไมในวัฒนธรรมพุทธจึงให้ความสำคัญกับ "ครู" สูงมาก เช่น เรายกย่องพระพุทธองค์ว่าทรงเป็น "พระบรมครู" ยกย่องครูทั่วๆ ไปว่าเป็น "ปูชนียบุคคล" ยกย่องบิดามารดาว่าเป็น "ครูคนแรก" ของลูก เป็นต้น
                 ในวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา   การสอนคุณธรรมไม่ใช่แค่เพียงการสอนความหมายของคุณธรรมเป็นข้อๆ หรือการสอน "องค์ความรู้" เกี่ยวกับคุณธรรมต่างๆ เท่านั้น แต่การสอนคุณธรรม คือ "การใช้ชีวิตทางคุณธรรมร่วมกันระหว่างครูกับศิษย์" โดยที่ครูกับศิษย์สามารถเรียนรู้ เข้าใจในทุกข์สุข ข้อบกพร่อง และเก็บหรือซึมซับความดีงามจากกันและกัน ในการสอนคุณธรรม ครูและศิษย์จึงอาจเติบโตทางจิตวิญญาณไปด้วยกัน
                  ในหนังสือชื่อ "คือเมฆสีขาวทางก้าวเก่าแก่" ของ ท่านติช นัท ฮันห์ ได้ฉายภาพการสนทนาที่งดงาม ระหว่างพระพุทธองค์กับเด็กเลี้ยงควายคนหนึ่ง เมื่อเด็กคนนั้นเล่าปัญหาของตนให้ฟังว่า
            

        "พระบรมศาสดาที่เคารพ หากไม่มีความเข้าใจกัน ความรักเกิดขึ้นได้ยากที่สุด สิ่งนี้ทำให้กระผมนึกถึงอะไรบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นกับ  ภิมา   น้องสาวของกระผม   คืนหนึ่งเธอนอนร้องไห้ตลอดทั้งคืน จนพาลาน้องสาวของกระผมอีกคนหนึ่งหมดความอดกลั้นแล้วตวาดใส่เธอ นั่นมีแต่จะทำให้ ภิมา  ร้องไห้มากขึ้น กระผมอุ้มภิมาขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเธอเป็นไข้ จึงเรียกพาลามาบอกให้เอามืออังหน้าผากของ  ภิมา  เมื่อพาลาทำตามที่บอก เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไม  ภิมา         จึงร้องไห้ ดวงตาของพาลาอ่อนโยนลง เธออุ้ม  ภิมา  ไว้ในอ้อมแขน แล้วร้องเพลงกล่อมน้องสาวอย่างถนอมรัก   ภิมา   หยุดร้องไห้แม้ว่าเธอกำลังจับไข้ พระบรมศาสดาที่เคารพ กระผมคิดว่าที่  ภิม หยุดร้องไห้นั้นเป็นเพราะเหตุว่าพาลาเข้าใจว่าเหตุใด  ภิมา   จึงร้องไห้ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่า ปราศจากความเข้าใจ ความรักก็ไม่เกิด"                                                พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า " เป็นดังนั้นแหละ สวัสติ !  ความรักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจแล้วเท่านั้น แล มีแต่รักจึงจะเกิดการยอมรับ จงฝึกฝนการใช้ชีวิตอย่างมีสติเถิดเด็กๆ แล้วเธอก็จะมีความเข้าใจลึกซึ้งขึ้น เธอจะสามารถเข้าใจตนเอง และผู้อื่น ตลอดจนสิ่งทั้งปวง เธอจะต้องมีหัวใจแห่งความรัก นั่นเป็นหนทางอันมหัศจรรย์ที่ตถาคตได้ค้นพบ"
                 ในหนังสือ "ใต้ร่มโพธิญาณ" หลวงพ่อชา สุภัทโท เล่าว่า ท่านออกเดินธุดงค์จากจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อไปศึกษาธรรมกับ   หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต   ที่วัดป่าหนองผือนา  ใน จังหวัดสกลนคร ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่สำนักของหลวงปู่มั่น ท่านรู้สึกประทับใจในบรรยากาศอันสงบร่มรื่น มองดูลานวัดสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทของเพื่อนบรรพชิตเป็นที่น่าเลื่อมใส เมื่อหลวงปู่มั่นกล่าวว่า   "การประพฤติปฏิบัตินั้น หากถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง"   ได้ฟังดังนั้น หลวงพ่อชาเกิดความปีติซาบซึ้ง ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลหายเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงปู่มั่นในบรรยากาศของความเมตตา เป็นมิตร และสงบเย็น กำลังใจและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชา   ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ
                  ผู้เขียนเคยอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาหลายชิ้น ต่างชี้ว่าปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาเป็นเรื่องของการขาดครูที่มีความรู้ด้านพุทธศาสนา เอาครูที่สอนวิชาอื่นไม่ได้แล้วมาสอนพุทธศาสนา วิชาพุทธศาสนานำไปใช้สอบเข้าเรียนต่อหรือสอบเข้าทำงานไม่ได้ สถานศึกษาและผู้เรียนจึงเห็นว่ามีคุณค่าน้อย ฯลฯ แต่ที่จริง ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาปลายเหตุ ปัญหาที่เป็นต้นเหตุคือเราไปมองว่า ความรู้มีค่าต่อชีวิตมนุษย์เพียงแค่เอาไปใช้สอบเรียนต่อ หรือเอาไปทำงานหารายได้เท่านั้น ความรู้จึงกลายเป็น "สินค้า" อย่างหนึ่ง สถานศึกษาและครูคือผู้ขายบริการด้านความรู้ ผู้เรียนคือผู้ซื้อบริการ ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงไม่ใช่สินค้าตัวชูโรงของผู้ขาย และไม่ใช่สิ่งที่ผู้ซื้อเห็นว่าจำเป็นต่อชีวิตของเขา ดังนั้นความสำคัญของความรู้ทางพุทธศาสนาจึงรั้งท้ายความรู้ด้านอื่นๆ ตลอดมา แท้จริงแล้ว ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) มีคุณค่าต่อมนุษย์ เพราะทำให้มนุษย์ดีงามและบรรลุประโยชน์สุขสูงสุดเท่าที่ศักยภาพของความเป็นมนุษย์จะเอื้ออำนวยให้เป็นไปได้
                 การสอนวิชาพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงมีความจำเป็น แต่ไม่อาจทำได้ด้วยการแยกองค์ความรู้ออกจากวิถีชีวิต หากต้องนำองค์ความรู้มาสนทนากับปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยครูและศิษย์มีโอกาสพัฒนาคุณธรรมไปด้วยกัน ในบรรยากาศของความเข้าใจ เชื่อถือไว้วางใจ เชื่อมั่นในคุณค่าของมนุษย์ ให้กำลังใจกันในการพัฒนาตนเอง และการทำความดีงามต่างๆ เพื่อสังคมส่วนรวม

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://cid-19d8f46206e48dd3.spaces.live.com/blog/cns!19D8F46206E48DD3!721.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None