วรุจ's profileSpace ของ วรุจPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 22

    วรุจ

     

    ครูและศิษย์ ผู้ดำเนินชีวิตทางคุณธรรมร่วมกัน

     

    โดย กาญจนรัตน์ ทวีศักดิ์ โรงเรียนวังไกลกังวล
                ท่านผู้รู้นิยามว่า "คุณธรรม" มาจากคำว่า "คุณ" หมายถึง "สิ่งที่มีประโยชน์" และคำว่า "ธรรม" หมายถึง  "ความดี" หรือ "สภาพที่ทรงไว้"
                 ดังนั้น คุณธรรมจึงหมายถึง
     ความดีที่มีประโยชน์ หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งสิ่งดีงามที่มีประโยชน์ เช่น ความเมตตา ความเสียสละ ความยุติธรรม ความกล้าหาญทางจริยธรรม จิตสาธารณะ ฯลฯ ล้วนเป็นความดีที่มีประโยชน์หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขต่อชีวิต และสังคมทั้งสิ้น
                 คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่  มีมุมมองที่ต่างกันคือ ปราชญ์ชาวกรีก  เช่น เพลโต (Plato)  มองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้  เป็นเรื่องที่แต่ละคนจะเรียนรู้และพัฒนาขึ้นได้ด้วยตัวของเขาเอง  เช่น  เราอธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ใครฟังแล้วก็ไม่อาจทำให้เขามีเมตตาได้ การมีเมตตาเป็นเรื่องของคนแต่ละคนที่จะเข้าใจในความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์แล้วเกิดความรู้สึกเมตตาขึ้นในใจของเขาเอง มีพระพุทธพจน์ที่อาจทำให้เข้าใจคล้ายๆ กันนี้ว่า "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง   ส่วนการเดินทางเป็นหน้าที่ของท่านทั้งหลายเอง" ทำให้บางคนตีความว่า พุทธศาสนามองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้
                การสอนคืออะไร

                สมมุติว่าครูกำลังสอนนักเรียนให้เขียน ก ไก่ ในกรณีนี้ การสอนคืออะไร? คือ การอธิบาย, สาธิตวิธีการเขียน ก ไก่วิธีใช้อุปกรณ์การเรียน, จับมือนักเรียนเขียน  ใช่หรือไม่
                 คำตอบคือใช่แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะในการสอนเขียน ก ไก่ สิ่งที่เด็กอาจสัมผัสได้มีทั้งบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกสนาน ความยิ้มแย้มแจ่มใส คำพูดที่ไพเราะ เป็นกันเอง ความเอาใจใส่ ความตรงต่อเวลา ฯลฯ ของครู ซึ่งรวมๆ แล้ว ก็คือ สิ่งดีงามทั้งปวงที่กระตุ้นให้เด็กๆ มีความสุขและกระตือรือร้นในการเรียน
                 โดยนัยนี้ ในการสอนคุณธรรม เช่น ความเมตตา จึงไม่ใช่เพียงแค่อธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ผู้เรียนเข้าใจก็ถือว่าเพียงพอแล้ว การสอนความเมตตา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จะต้องมีอะไรที่มากกว่าการให้ "คำอธิบาย"
                 ดังนั้น จากพระพุทธพจน์ที่ว่า
    "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง..." ไม่น่าจะหมายความว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้ เพราะถ้าคุณธรรมสอนกันไม่ได้แล้ว ทำไมพระพุทธองค์จึงสอนคุณธรรม ตั้ง 45 ปี และทำไมในวัฒนธรรมพุทธจึงให้ความสำคัญกับ "ครู" สูงมาก เช่น เรายกย่องพระพุทธองค์ว่าทรงเป็น "พระบรมครู" ยกย่องครูทั่วๆ ไปว่าเป็น "ปูชนียบุคคล" ยกย่องบิดามารดาว่าเป็น "ครูคนแรก" ของลูก เป็นต้น
                 ในวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา   การสอนคุณธรรมไม่ใช่แค่เพียงการสอนความหมายของคุณธรรมเป็นข้อๆ หรือการสอน "องค์ความรู้" เกี่ยวกับคุณธรรมต่างๆ เท่านั้น แต่การสอนคุณธรรม คือ "การใช้ชีวิตทางคุณธรรมร่วมกันระหว่างครูกับศิษย์" โดยที่ครูกับศิษย์สามารถเรียนรู้ เข้าใจในทุกข์สุข ข้อบกพร่อง และเก็บหรือซึมซับความดีงามจากกันและกัน ในการสอนคุณธรรม ครูและศิษย์จึงอาจเติบโตทางจิตวิญญาณไปด้วยกัน
                  ในหนังสือชื่อ "คือเมฆสีขาวทางก้าวเก่าแก่" ของ ท่านติช นัท ฮันห์ ได้ฉายภาพการสนทนาที่งดงาม ระหว่างพระพุทธองค์กับเด็กเลี้ยงควายคนหนึ่ง เมื่อเด็กคนนั้นเล่าปัญหาของตนให้ฟังว่า
            

        "พระบรมศาสดาที่เคารพ หากไม่มีความเข้าใจกัน ความรักเกิดขึ้นได้ยากที่สุด สิ่งนี้ทำให้กระผมนึกถึงอะไรบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นกับ  ภิมา   น้องสาวของกระผม   คืนหนึ่งเธอนอนร้องไห้ตลอดทั้งคืน จนพาลาน้องสาวของกระผมอีกคนหนึ่งหมดความอดกลั้นแล้วตวาดใส่เธอ นั่นมีแต่จะทำให้ ภิมา  ร้องไห้มากขึ้น กระผมอุ้มภิมาขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเธอเป็นไข้ จึงเรียกพาลามาบอกให้เอามืออังหน้าผากของ  ภิมา  เมื่อพาลาทำตามที่บอก เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไม  ภิมา         จึงร้องไห้ ดวงตาของพาลาอ่อนโยนลง เธออุ้ม  ภิมา  ไว้ในอ้อมแขน แล้วร้องเพลงกล่อมน้องสาวอย่างถนอมรัก   ภิมา   หยุดร้องไห้แม้ว่าเธอกำลังจับไข้ พระบรมศาสดาที่เคารพ กระผมคิดว่าที่  ภิม หยุดร้องไห้นั้นเป็นเพราะเหตุว่าพาลาเข้าใจว่าเหตุใด  ภิมา   จึงร้องไห้ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่า ปราศจากความเข้าใจ ความรักก็ไม่เกิด"                                                พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า " เป็นดังนั้นแหละ สวัสติ !  ความรักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจแล้วเท่านั้น แล มีแต่รักจึงจะเกิดการยอมรับ จงฝึกฝนการใช้ชีวิตอย่างมีสติเถิดเด็กๆ แล้วเธอก็จะมีความเข้าใจลึกซึ้งขึ้น เธอจะสามารถเข้าใจตนเอง และผู้อื่น ตลอดจนสิ่งทั้งปวง เธอจะต้องมีหัวใจแห่งความรัก นั่นเป็นหนทางอันมหัศจรรย์ที่ตถาคตได้ค้นพบ"
                 ในหนังสือ "ใต้ร่มโพธิญาณ" หลวงพ่อชา สุภัทโท เล่าว่า ท่านออกเดินธุดงค์จากจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อไปศึกษาธรรมกับ   หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต   ที่วัดป่าหนองผือนา  ใน จังหวัดสกลนคร ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่สำนักของหลวงปู่มั่น ท่านรู้สึกประทับใจในบรรยากาศอันสงบร่มรื่น มองดูลานวัดสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทของเพื่อนบรรพชิตเป็นที่น่าเลื่อมใส เมื่อหลวงปู่มั่นกล่าวว่า   "การประพฤติปฏิบัตินั้น หากถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง"   ได้ฟังดังนั้น หลวงพ่อชาเกิดความปีติซาบซึ้ง ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลหายเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงปู่มั่นในบรรยากาศของความเมตตา เป็นมิตร และสงบเย็น กำลังใจและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชา   ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ
                  ผู้เขียนเคยอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาหลายชิ้น ต่างชี้ว่าปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาเป็นเรื่องของการขาดครูที่มีความรู้ด้านพุทธศาสนา เอาครูที่สอนวิชาอื่นไม่ได้แล้วมาสอนพุทธศาสนา วิชาพุทธศาสนานำไปใช้สอบเข้าเรียนต่อหรือสอบเข้าทำงานไม่ได้ สถานศึกษาและผู้เรียนจึงเห็นว่ามีคุณค่าน้อย ฯลฯ แต่ที่จริง ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาปลายเหตุ ปัญหาที่เป็นต้นเหตุคือเราไปมองว่า ความรู้มีค่าต่อชีวิตมนุษย์เพียงแค่เอาไปใช้สอบเรียนต่อ หรือเอาไปทำงานหารายได้เท่านั้น ความรู้จึงกลายเป็น "สินค้า" อย่างหนึ่ง สถานศึกษาและครูคือผู้ขายบริการด้านความรู้ ผู้เรียนคือผู้ซื้อบริการ ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงไม่ใช่สินค้าตัวชูโรงของผู้ขาย และไม่ใช่สิ่งที่ผู้ซื้อเห็นว่าจำเป็นต่อชีวิตของเขา ดังนั้นความสำคัญของความรู้ทางพุทธศาสนาจึงรั้งท้ายความรู้ด้านอื่นๆ ตลอดมา แท้จริงแล้ว ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) มีคุณค่าต่อมนุษย์ เพราะทำให้มนุษย์ดีงามและบรรลุประโยชน์สุขสูงสุดเท่าที่ศักยภาพของความเป็นมนุษย์จะเอื้ออำนวยให้เป็นไปได้
                 การสอนวิชาพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงมีความจำเป็น แต่ไม่อาจทำได้ด้วยการแยกองค์ความรู้ออกจากวิถีชีวิต หากต้องนำองค์ความรู้มาสนทนากับปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยครูและศิษย์มีโอกาสพัฒนาคุณธรรมไปด้วยกัน ในบรรยากาศของความเข้าใจ เชื่อถือไว้วางใจ เชื่อมั่นในคุณค่าของมนุษย์ ให้กำลังใจกันในการพัฒนาตนเอง และการทำความดีงามต่างๆ เพื่อสังคมส่วนรวม

    November 18

    วรุจ

    Rome was not built in one day............right?

        "You can have everything you want in life if you will just help enough other people get what they want."

    คุณคิดว่าระหว่าง การเป็นเจ้าของที่ดินให้คนมาเช่าขายของ หรือ เป็นคนเช่า คนไหนรวยกว่ากัน

    และถ้าเรามีพื้นที่บน internet ให้คนเช่าได้ทั่วโลก ละค่ะ รวยกว่าไหม?

    ตอนนี้เราทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่บนอินเตอร์เน็ต Dot ws ทั่วโลก คุณคิดว่าเรารวยไหมค่ะ?

     

    คุณกล้าที่จะลงทุน 10$ เพื่อแลกกับ 100,000$ ไหม?

    **ธุรกิจ GDI ทำง่าย จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ แนวคิด นะค่ะ

    คิดอย่างไรให้คิดเป็น และบรรลุเป้าหมาย อ่านข้างล่างนี้ให้หมดนะค่ะ

    และถามตัวเองเมื่ออ่านจบแล้ว ว่าคุณต้องการอะไรในชีวิตและคุณคิดว่าจะมีธุรกิจอะไรในโลกนี้ที่จะ ลงทุนต่ำอย่างกับธุรกิจ GDI ??? 

    คุณจะรังเกียจไหมที่ทางบริษัทของเรา จะส่งเงินให้คุณเดือนละ $100,000   

      แต่มีเงื่อนไขอยู่ 2 ข้อ ไม่ทราบว่าคุณจะทำได้หรือเปล่า 

                   1. คุณกล้าลงทุนเดือนละ $10 ไหม?

                2. คุณแนะนำคน 10 คน ภายใน 1-2 เดือน ที่ต้องการมีรายเดือนละ 1,000$ อย่างกับคุณได้ไหม? 

    ถ้าคุณสามารถทำ 2 ข้อนี้ได้ ภาระกิจของคุณเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปเพียงคุณช่วยให้ 10 คนที่คุณแนะนำมา ให้เค้าทำเหมือนกับคุณ 2 ข้อ และให้ทุก ๆ คนภายใต้สายงานของคุณทำเหมือนกับคุณ                   

    ชั้น

    จำนวนแนะนำ

         FastStart      5คน/100$/สัปดาห์      

          FastStart คิด 1$ = 40 บาท

     คิด 1$ = 40 บาทใต้ล่างเราลึก 5ชั้น

    ผลรวม

    1

    10

    $200.00

    8,000 บาท

                400 บาท

    $10

    2

    100

    n/a

    n/a

             4,000 บาท

    $100

    3

    1,000

    n/a

    n/a

           40,000 บาท

    $1,000

    4

    10,000

    n/a

    n/a

         400,000 บาท

    $10,000

    5

    100,000

    n/a

    n/a

      4,000,000 บาท

    $100,000

    ผลรวม

    111,110

    n/a

    n/a

      4,444,400 บาท

    $111,110

    6 ลงไป infinity

    10% 

    n/a

    n/a

    รับรายได้ 10%

    ลงไป infinity

    หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นลงในแต่ละวัน ในตารางเป็นการคิดประมาณการ อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา $$$$$$$

    จากแผนรายได้ทุกคนจะขึ้นพร้อมกันเมื่อทุกคนทำเหมือนกัน แค่ระยะเวลาที่จะช้าเร็วต่างกันเท่านั้น

    โรมไม่ได้ถูกสร้างเพียงวันเดียวเสร็จ  คุณว่าจริงไหมค่ะ

    ทุกคนคิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน รวยเหมือนกันคุณว่าดีไหม

     ถ้าคำตอบและแนวคิดของคุณ บอกว่า ทำได้ ให้อ่านและทำตามที่แนะนำได้เลย แต่ถ้าในใจคุณคิดว่าคุณทำไม่ได้และไม่กล้า กรุณาปิดเว็ปหน้านี้ทันทีและกลับไปใช้ชีวิตอย่างขัดสนต่อไป  

    ***ค่าโดเมน $10 นั้นเป็น ค่าเช่าพื้นที่บน internetไว้ขายสินค้าอะไรก็ได้ หรือไว้โชว์***

    รูปnudeก็ได้ ดีไหมค่ะ( คุณไม่จำเป็นต้องเป็น webmaster หรือเขียนเว็บเก่ง เพียงแค่คุณมีแนวคิดที่ดี ความเชื่อและสามารถ ทำ 2ข้อ นี้ได้ ก็พอค่ะเมื่อคุณรับรายได้เดือนละ 100,000 $ เมื่อไหร่คุณจะไปเรียน ที่ net design จะเรียนแพงแค่ไหนก็ได้จะพัฒนาเว็บของคุณให้เลิศหรู อลังการแค่ไหนก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้คุณ ต้องหาเงินก่อนภายใน 5เดือน - 1ปี ดังนั้นตัวเว็บภาษาไทย หรือการศึกษาข้อมูล ควรทำให้เร็วที่สุด ปรึกษาupline ของท่านทันทีที่ท่านต้องการสำเร็จอย่างรวดเร็ว นี้คือแนวคิดที่ให้เงินทำงานแทนคน เราเลิกทำงานเพื่อเงินได้หรือยัง เลิกเป็นทาสรับใช้เงินได้แล้ว และมารวมพลังกันสร้างประวัติศาสตร์สร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างแท้จริง เลิกเป็นคนหาบนํ้าเสียที มาเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำกันดีกว่า ซื้อท่อส่งน้ำกันคนละ$10 เท่านั้นเอง พวกเราก็ร่วมกันเป็นเจ้าของท่อส่งเงินร่วมกันดีไหมจ๊ะ 

    **ถ้าคุณเลือกได้ คุณอยากเป็นคนตักน้ำเหมือน เอ็ด หรือเป็นคนสร้างท่อเหมือน บิล (เราเปรียบคนตักน้ำเหมือนคนทำงานประจำทุกเช้าเราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานให้คนอื่นรวย  เมื่อเราเกิดปัญหาเรื่องการเงิน ก็รับ job มากขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้เพิ่มนิดหน่อย หรือออกจากงานเพื่อรับตำแหน่งใหม่ที่สูงกว่าแต่ได้เงินเพิ่มขึ้นเดือนละไม่กี่พัน นั่นไม่ไช่วิธีการแก้ปัญหาเลยไช่ไหมค่ะ  ส่วน บิลนั่นคือตัวอย่างของคนที่ค้นหาระบบและให้ระบบทำงานแทน โดยเป็นเจ้าของท่อและเจ้าของกิจการ )

    **ถ้าคุณเลือกจะเป็นคนสร้างท่อ นี่คือแนวคิดที่ให้เงินทำงานแทนคน เราเลิกทำงานเพื่อเงินได้หรือยัง คุณเจอโอกาสที่ดีในการสร้างท่อด้วยราคาถูก 10$/เดือน ระบบสามารถสร้างรายได้ 100,000$/เดือน ให้กับคุณได้มั่นคง นี้คือโอกาสทองในธุรกิจ GDI **

    ถ้าคุณท้อต้องถามตัวเองเสมอว่า อนาคตคุณอยากเป็นคน ตักน้ำ หรือคนสร้างท่อ

     เป้าหมายแนะนำ 10 คน ภายใน 1เดือนให้ครบ

     เพื่อรับรายได้ $100,000 / เดือน
      ภายใน 5 เดือนเราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทำได้แน่นอน
     

     

    บทสรุป

    ถ้าคุณคิดจะทำธุรกิจเพื่อสร้างความร่ำรวย และอิสรภาพทางเวลากับ GDI แล้วให้คุณปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

    1. ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

    2. กำหนดเวลาที่แน่นอนที่จะทุ่มเทให้กับธุรกิจนี้ (ตั้งไว้ค่ะ 5 เดือน-1ปี และ ทำตามแนวคิดทั้ง 2 ข้อ ในตอนแรกกันทุกคน)  

    "ความแตกต่างระหว่างผู้ชนะ และ ผู้แพ้กำหนดด้วยเส้นชัยของเขา  ผู้ชนะไม่สนใจว่าเขาเป็นคนแรกหรือเป็นคนสุดท้ายที่เข้าเส้นชัย 

    สิ่งที่เขาสนใจก็คือเขาจะต้องไปถึงเส้นชัยนั้นให้ได้  ส่วนผู้แพ้นั้นตัดสินใจเลิกก่อนที่จะไปถึงเส้นชัยทุกที  ฉะนั้นทุกๆๆวันตลอดชีวิต

    พวกเขา  เขาจึงได้วิ่งเพียงแค่วันละ 95เมตร เท่านั้น  แทนที่จะวิ่งไปให้ถึงเส้นชัย 100 เมตร"

    3

    November 01

    วรุจ

    ครูและศิษย์ ผู้ดำเนินชีวิตทางคุณธรรมร่วมกัน

    โดย กาญจนรัตน์ ทวีศักดิ์ โรงเรียนวังไกลกังวล
                ท่านผู้รู้นิยามว่า "คุณธรรม" มาจากคำว่า "คุณ" หมายถึง
    "สิ่งที่มีประโยชน์" และคำว่า "ธรรม" หมายถึง  "ความดี" หรือ "สภาพที่ทรงไว้"
                 ดังนั้น คุณธรรมจึงหมายถึง
     ความดีที่มีประโยชน์ หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งสิ่งดีงามที่มีประโยชน์ เช่น ความเมตตา ความเสียสละ ความยุติธรรม ความกล้าหาญทางจริยธรรม จิตสาธารณะ ฯลฯ ล้วนเป็นความดีที่มีประโยชน์หรือสภาพที่ทรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขต่อชีวิต และสังคมทั้งสิ้น

                 คุณธรรมสอนกันได้หรือไม่  มีมุมมองที่ต่างกันคือ ปราชญ์ชาวกรีก เช่น เพลโต (Plato)  มองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้  เป็นเรื่องที่แต่ละคนจะเรียนรู้และพัฒนาขึ้นได้ด้วยตัวของเขาเอง  เช่น  เราอธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ใครฟังแล้วก็ไม่อาจทำให้เขามีเมตตาได้ การมีเมตตาเป็นเรื่องของคนแต่ละคนที่จะเข้าใจในความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์แล้วเกิดความรู้สึกเมตตาขึ้นในใจของเขาเอง มีพระพุทธพจน์ที่อาจทำให้เข้าใจคล้ายๆ กันนี้ว่า "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง   ส่วนการเดินทางเป็นหน้าที่ของท่านทั้งหลายเอง" ทำให้บางคนตีความว่า พุทธศาสนามองว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้
                การสอนคืออะไร

                สมมุติว่าครูกำลังสอนนักเรียนให้เขียน ก ไก่ ในกรณีนี้ การสอนคืออะไร? คือ การอธิบาย, สาธิตวิธีการเขียน ก ไก่วิธีใช้อุปกรณ์การเรียน, จับมือนักเรียนเขียน  ใช่หรือไม่
                 คำตอบคือใช่แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะในการสอนเขียน ก ไก่ สิ่งที่เด็กอาจสัมผัสได้มีทั้งบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกสนาน ความยิ้มแย้มแจ่มใส คำพูดที่ไพเราะ เป็นกันเอง ความเอาใจใส่ ความตรงต่อเวลา ฯลฯ ของครู ซึ่งรวมๆ แล้ว ก็คือ สิ่งดีงามทั้งปวงที่กระตุ้นให้เด็กๆ มีความสุขและกระตือรือร้นในการเรียน
                 โดยนัยนี้ ในการสอนคุณธรรม เช่น ความเมตตา จึงไม่ใช่เพียงแค่อธิบายความหมายของ "เมตตา" ให้ผู้เรียนเข้าใจก็ถือว่าเพียงพอแล้ว การสอนความเมตตา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จะต้องมีอะไรที่มากกว่าการให้ "คำอธิบาย"
                 ดังนั้น จากพระพุทธพจน์ที่ว่า
    "ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง..." ไม่น่าจะหมายความว่าคุณธรรมสอนกันไม่ได้ เพราะถ้าคุณธรรมสอนกันไม่ได้แล้ว ทำไมพระพุทธองค์จึงสอนคุณธรรม ตั้ง 45 ปี และทำไมในวัฒนธรรมพุทธจึงให้ความสำคัญกับ "ครู" สูงมาก เช่น เรายกย่องพระพุทธองค์ว่าทรงเป็น "พระบรมครู" ยกย่องครูทั่วๆ ไปว่าเป็น "ปูชนียบุคคล" ยกย่องบิดามารดาว่าเป็น "ครูคนแรก" ของลูก เป็นต้น
                 ในวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา   การสอนคุณธรรมไม่ใช่แค่เพียงการสอนความหมายของคุณธรรมเป็นข้อๆ หรือการสอน "องค์ความรู้" เกี่ยวกับคุณธรรมต่างๆ เท่านั้น แต่การสอนคุณธรรม คือ "การใช้ชีวิตทางคุณธรรมร่วมกันระหว่างครูกับศิษย์" โดยที่ครูกับศิษย์สามารถเรียนรู้ เข้าใจในทุกข์สุข ข้อบกพร่อง และเก็บหรือซึมซับความดีงามจากกันและกัน
    ในการสอนคุณธรรม ครูและศิษย์จึงอาจเติบโตทางจิตวิญญาณไปด้วยกัน
                  ในหนังสือชื่อ "คือเมฆสีขาวทางก้าวเก่าแก่" ของ ท่านติช นัท ฮันห์ ได้ฉายภาพการสนทนาที่งดงาม ระหว่างพระพุทธองค์กับเด็กเลี้ยงควายคนหนึ่ง เมื่อเด็กคนนั้นเล่าปัญหาของตนให้ฟังว่า
                 "พระบรมศาสดาที่เคารพ หากไม่มีความเข้าใจกัน ความรักเกิดขึ้นได้ยากที่สุด สิ่งนี้ทำให้กระผมนึกถึงอะไรบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นกับภิมาน้องสาวของกระผม   คืนหนึ่งเธอนอนร้องไห้ตลอดทั้งคืน จนพาลาน้องสาวของกระผมอีกคนหนึ่งหมดความอดกลั้นแล้วตวาดใส่เธอ นั่นมีแต่จะทำให้ภิมาร้องไห้มากขึ้น กระผมอุ้มภิมาขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเธอเป็นไข้ จึงเรียกพาลามาบอกให้เอามืออังหน้าผากของภิมา เมื่อพาลาทำตามที่บอก เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมภิมาจึงร้องไห้ ดวงตาของพาลาอ่อนโยนลง เธออุ้มภิมาไว้ในอ้อมแขน แล้วร้องเพลงกล่อมน้องสาวอย่างถนอมรัก ภิมาหยุดร้องไห้แม้ว่าเธอกำลังจับไข้ พระบรมศาสดาที่เคารพ กระผมคิดว่าที่ภิมาหยุดร้องไห้นั้นเป็นเพราะเหตุว่าพาลาเข้าใจว่าเหตุใดภิมาจึงร้องไห้ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่า ปราศจากความเข้าใจ ความรักก็ไม่เกิด"


                   พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า "เป็นดังนั้นแหละ สวัสติ ! ความรักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจแล้วเท่านั้น แล     มีแต่รักจึงจะเกิดการยอมรับ จงฝึกฝนการใช้ชีวิตอย่างมีสติเถิดเด็กๆ แล้วเธอก็จะมีความเข้าใจลึกซึ้งขึ้น เธอจะสามารถเข้าใจตนเอง และผู้อื่น ตลอดจนสิ่งทั้งปวง เธอจะต้องมีหัวใจแห่งความรัก นั่นเป็นหนทางอันมหัศจรรย์ที่ตถาคตได้ค้นพบ"
                 ในหนังสือ "ใต้ร่มโพธิญาณ" หลวงพ่อชา สุภัทโท เล่าว่า ท่านออกเดินธุดงค์จากจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อไปศึกษาธรรมกับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าหนองผือนาใน จังหวัดสกลนคร ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่สำนักของหลวงปู่มั่น ท่านรู้สึกประทับใจในบรรยากาศอันสงบร่มรื่น มองดูลานวัดสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทของเพื่อนบรรพชิตเป็นที่น่าเลื่อมใส เมื่อหลวงปู่มั่นกล่าวว่า  

    "การประพฤติปฏิบัตินั้น หากถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง"  ได้ฟังดังนั้น หลวงพ่อชาเกิดความปีติซาบซึ้ง ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลหายเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงปู่มั่นในบรรยากาศของความเมตตา เป็นมิตร และสงบเย็น กำลังใจและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชา          ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ
                  ผู้เขียนเคยอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาหลายชิ้น ต่างชี้ว่าปัญหาการสอนวิชาพุทธศาสนาเป็นเรื่องของการขาดครูที่มีความรู้ด้านพุทธศาสนา เอาครูที่สอนวิชาอื่นไม่ได้แล้วมาสอนพุทธศาสนา วิชาพุทธศาสนานำไปใช้สอบเข้าเรียนต่อหรือสอบเข้าทำงานไม่ได้ สถานศึกษาและผู้เรียนจึงเห็นว่ามีคุณค่าน้อย ฯลฯ แต่ที่จริง ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาปลายเหตุ ปัญหาที่เป็นต้นเหตุคือเราไปมองว่า ความรู้มีค่าต่อชีวิตมนุษย์เพียงแค่เอาไปใช้สอบเรียนต่อ หรือเอาไปทำงานหารายได้เท่านั้น ความรู้จึงกลายเป็น "สินค้า" อย่างหนึ่ง สถานศึกษาและครูคือผู้ขายบริการด้านความรู้ ผู้เรียนคือผู้ซื้อบริการ ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงไม่ใช่สินค้าตัวชูโรงของผู้ขาย และไม่ใช่สิ่งที่ผู้ซื้อเห็นว่าจำเป็นต่อชีวิตของเขา ดังนั้นความสำคัญของความรู้ทางพุทธศาสนาจึงรั้งท้ายความรู้ด้านอื่นๆ ตลอดมา แท้จริงแล้ว ความรู้ทางพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) มีคุณค่าต่อมนุษย์ เพราะทำให้มนุษย์ดีงามและบรรลุประโยชน์สุขสูงสุดเท่าที่ศักยภาพของความเป็นมนุษย์จะเอื้ออำนวยให้เป็นไปได้
                 การสอนวิชาพุทธศาสนา (หรือคุณธรรมอื่นๆ) จึงมีความจำเป็น แต่ไม่อาจทำได้ด้วยการแยกองค์ความรู้ออกจากวิถีชีวิต หากต้องนำองค์ความรู้มาสนทนากับปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยครูและศิษย์มีโอกาสพัฒนาคุณธรรมไปด้วยกัน ในบรรยากาศของความเข้าใจ เชื่อถือไว้วางใจ เชื่อมั่นในคุณค่าของมนุษย์ ให้กำลังใจกันในการพัฒนาตนเอง และการทำความดีงามต่างๆ เพื่อสังคมส่วนรวม



    October 31

    วรุจ แม้นพยัคฆ์

    Message from water : dr.Masaru Emoto

    สาร์นจากวารี

    เมื่อวิทยาศาสตร์ไขความลับของธรรมชาติ มหัศจรรย์ของ การฟังดี คิดดี พูดดี และทำดี

    ยิ่งให้ยิ่งได้รับ

    มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากมาย ที่ชี้ให้เห็นว่า ผลของการกระทำมีจริง การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจะส่งผลทำให้มีความสุขมากกว่าการได้รับ การให้ในที่นี้ไม่ใช่การให้ที่เป็นการให้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้วยแรงกาย การพูดให้กำลังใจหรือแนะนำสิ่งที่ดีๆด้วยวาจา หรือแม้แต่การออกกำลังความคิดด้วยจิตเมตตาส่งแรงใจไปช่วยเหลือ ในอันสุดท้ายนี้แทบไม่ได้ออกแรงกระทำใดๆเลย แต่ก็ส่งผลได้ ทั้งนี้เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด หากคิดดีแล้วจะส่งผลให้ พูดดีและทำความดีตามมาด้วย  ผลของการกระทำความดีนี้เรามักจะเรียกว่า ผลบุญซึ่งสามารถสัมผัสได้แบบทันตาเห็นดังนี้   

    ๑.หากทำบุญด้วยเงิน ผลที่จะได้รับคือ จะสามารถละกิเลสจากความโลภและ สิ่งที่ไม่ดีได้โดยง่าย

    ๒.หากทำบุญด้วยการออกแรงช่วยเหลือ ผลที่จะได้รับคือ จะเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเชี่ยวชาญในงานนั้นๆเพิ่มขึ้น

    ๓.หากทำบุญด้วยวาจา เช่นพูดแนะนำสิ่งที่ดีหรือให้กำลังใจคน ผูให้ก็จะเป็นคนที่มีสเน่ห์ ได้มิตรที่ดี ใครๆก็อยากจะเข้ามาพูดคุยเจรจาด้วย

    ๔.หากทำบุญด้วยจิตใจ เช่นฟังธรรม กราบใหว้บูชาพระ ก็จะมีจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส เห็นถูกเห็นชอบตามคว

    เป็นจริง หากมอบรอยยิ้มจากดวงใจ ยิ้มสดใสจะมาให้เห็น 

    ๕. หากทำบุญด้วยการเจริญสติ วิปัสนา จะเป็นการปิดประตูแห่งการหลงกระทำผิดทางกาย วาจาและใจ เมื่อไม่กระทำบาป จึงได้บุญกุศลไปในตัว หากจิตกล้าเกร่งขึ้นผลของการปฎิบัติก็จะแสดงให้เห็น

    สิ่งที่ได้กล่าวมานี้สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเราเอง

    เรื่องบุญในยุคดิจิตอล นี้จะขออธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ได้พิสูจน์แล้วจากหนังสือชื่อ  Messages from Water ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและแต่งโดยเจ้านายของน้องเงินที่มีนามว่า ดร.มาซารุ เอะโมโตะ (Dr.Masaru Emoto)ที่โด่งดังไปทั่วโลก ดังนี้

    www.kabirkadre.com   www.masaru-emoto.net

    ๑.พื้นผิวของโลก ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำถึง ๗0% เช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง ๗๐ % และทำหน้าที่เป็นระบบไหลเวียนเลือด คอยหล่อเลี้ยงแทรกซึม   นำสารอาหารต่างๆไปยัง ทุกอณูของร่างกาย  

    ๒.เมื่อได้ทำการวิจัยโดยการใช้กล้อง ส่องดูโมเลกุลของน้ำที่มีที่นำมาจากแหล่งต่างๆ พบว่ารูปผลึกของน้ำมีความสวยงามและหลากหลายตามสภาวะสิ่งแวดล้อม 

    ๓.ภาพของผลึกน้ำ(รูปร่างคล้ายผลึกของเกล็ดหิมะ) จะเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่งดงาม เพียงแค่พูดคำว่า ขอบคุณ และเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่น่าเกลียด เพียงแค่คำพูดว่า ไอ้โง่” 

    ๔.ภาพของผลึกน้ำมนต์จากวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ ยิ่งกว่าภาพไหนๆ น้องเงินจึงได้เข้าใจแล้วว่า น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์และเย็นชื่นใจยามประพรม ก็เพราะว่าได้ผ่านคลื่นกระแสจิต”(คลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง) จากผู้ประพฤติดีปฏิบัติดี แล้วนั่นเอง 

    ๕. หากคิดดี “พูดดีและทำความดีแล้ว ผลึกของน้ำในร่างกายของเรา จะสวยงามและมีพลัง

    ของความดีขนาดไหน พลังของผลึกน้ำในร่างกายนี่หละที่จะดึงดูดและส่งผลให้เราประสบแต่สิ่งดีๆในชีวิต 

    masaru emoto

      

     

    Water crystal of Fujiwara Dam before offering a prayer

    รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า ก่อนนำมาทำน้ำมนต์

     

    Water crystal of Fujiwara Dam after offering a prayer

    รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า หลังผ่านการสวดมนต์

    Crystal of water that had been exposed to a playing of "Heavy Metal" Music

    รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลงร็อคที่รุนแรง

       

    Crystal of water that had been exposed to a playing of Kawachi Folk Dance Song

    รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลง"คาวาชิ" โฟลคเดนซ์ 

    the words “you make me sick. I will kill you.

    รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"คุณทำร้ายฉัน,ฉันจะฆ่าคุณ"

    Crystal of water that had been exposed to the words "Thank you" Typed on a paper pasted on the bottle

    รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"ขอบคุณ"ติดอยู่ข้างขวด

    "Love / Appreciation" 

    รูปผลึกน้ำที่กล่าวคำว่า "รัก/หรือคำยกย่องชมเชย"

    Frozen water

    หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับงานวิจัยนี้อีกชิ้นคือ ภาพถ่ายแสงออร่า (Aura) เพียงแค่ถ่ายขณะยิ้ม แสงออร่าที่ออกมาก็จะงดงามตามไปด้วย ซึ่งมีการพิสูจน์มาแล้วอย่างมากมายจากต่างประเทศ จนมีคนหัวใส นำงานวิจัยมาจดสิทธิบัตรและทำเป็นธุรกิจ เช่น ธุรกิจน้ำแร่ที่มีภาพผลึกที่งดงามแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติต่างๆ หรือเปิดธุรกิจร้านถ่ายภาพแสงออร่า เป็นต้น

    ซึ่งขอแนะนำว่าหากจะทำธุรกิจแบบนี้บ้าง ให้ทำด้วยใจที่หวังจะมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นจริงๆ

     

    www.aura-photo.fr 

     

    คำสำคัญ: วิจัย  ผลึกน้ำ  บุญ  ความลับ  water  message  masaru  emoto  crystal

    สร้าง: อ. 10 เม.ย. 2550 @ 04:24   แก้ไข: อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 14:24

    ความคิดเห็น

    หน้า: 1

    1. Piyachart Wattanaponganant
    เมื่อ อ. 16 ต.ค. 2550 @ 09:25
    424575 [ลบ]

    ดีใจมากที่โชคดีที่ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนำในบทความนี้ เพราะทำให้ทราบคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างนำกับสิ่งต่างๆบนโลกนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการทำนำมนต์เพราะวิทยาศาสตร์สามารถที่จะพิสูจน์สิ่งที่มองไม่เห็นได้สำเร็จแล้ว ขอขอบคุณน้าที่อยู่บนโลกนี้ทั้งหมด และขอขอบคุณผู้ค้นพบแล้วนำมาเผยแพร่ทุกท่าน ขอให้ทุกคนรักน้ำให้มากๆนะ ขอบคุณครับ

    October 30

    อาหารต้านไมเกรน

    47_80838_fbd11963cf0595b[1]
     
     
     
    อาหารต้านไมเกรน
     
    คุณเคยมีอาการปวดหัวแบบไมเกรนไหม?
     
    อาการปวดแบบไมเกรนจะมีอาการปวดตุ๊บๆ
    แถวขมับ หรือบริเวณเบ้าตา เหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ
    และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมอยู่ด้วย
    ซึ่งสร้างความทรมานให้ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
     
    การกินอาหารบางอย่าง ก็ช่วยป้องกันไมเกรนได้
    เช่น สูตรอาหารอาหารเสริม ซึ่งใช้ส่วนผสมของ
    1.  โยเกิร์ต 1 แก้ว ใช้ครั้งละครึ่งแก้ว
    2.  มะนาว 1 ผล
    3.  นมกล่องชนิดพร่องมันเนย 1 กล่อง
    4.  น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
     
    รับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง
    จะช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมัน และคลอเรสตรอรอลได้
     
     
    โดย...วรุจ  แม้นพยัคฆ์
     
     
     7737[1]
    October 28

    วรุจ

    Message from water : dr.Masaru Emoto

    สาร์นจากวารี

    เมื่อวิทยาศาสตร์ไขความลับของธรรมชาติ มหัศจรรย์ของ การฟังดี คิดดี พูดดี และทำดี

    ยิ่งให้ยิ่งได้รับ

    มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากมาย ที่ชี้ให้เห็นว่า ผลของการกระทำมีจริง การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจะส่งผลทำให้มีความสุขมากกว่าการได้รับ การให้ในที่นี้ไม่ใช่การให้ที่เป็นการให้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้วยแรงกาย การพูดให้กำลังใจหรือแนะนำสิ่งที่ดีๆด้วยวาจา หรือแม้แต่การออกกำลังความคิดด้วยจิตเมตตาส่งแรงใจไปช่วยเหลือ ในอันสุดท้ายนี้แทบไม่ได้ออกแรงกระทำใดๆเลย แต่ก็ส่งผลได้ ทั้งนี้เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด หากคิดดีแล้วจะส่งผลให้ พูดดีและทำความดีตามมาด้วย  ผลของการกระทำความดีนี้เรามักจะเรียกว่า ผลบุญซึ่งสามารถสัมผัสได้แบบทันตาเห็นดังนี้   

    ๑.หากทำบุญด้วยเงิน ผลที่จะได้รับคือ จะสามารถละกิเลสจากความโลภและ สิ่งที่ไม่ดีได้โดยง่าย

    ๒.หากทำบุญด้วยการออกแรงช่วยเหลือ ผลที่จะได้รับคือ จะเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเชี่ยวชาญในงานนั้นๆเพิ่มขึ้น

    ๓.หากทำบุญด้วยวาจา เช่นพูดแนะนำสิ่งที่ดีหรือให้กำลังใจคน ผูให้ก็จะเป็นคนที่มีสเน่ห์ ได้มิตรที่ดี ใครๆก็อยากจะเข้ามาพูดคุยเจรจาด้วย

    ๔.หากทำบุญด้วยจิตใจ เช่นฟังธรรม กราบใหว้บูชาพระ ก็จะมีจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส เห็นถูกเห็นชอบตามคว

    เป็นจริง หากมอบรอยยิ้มจากดวงใจ ยิ้มสดใสจะมาให้เห็น 

    ๕. หากทำบุญด้วยการเจริญสติ วิปัสนา จะเป็นการปิดประตูแห่งการหลงกระทำผิดทางกาย วาจาและใจ เมื่อไม่กระทำบาป จึงได้บุญกุศลไปในตัว หากจิตกล้าเกร่งขึ้นผลของการปฎิบัติก็จะแสดงให้เห็น

    สิ่งที่ได้กล่าวมานี้สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเราเอง

    เรื่องบุญในยุคดิจิตอล นี้จะขออธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ได้พิสูจน์แล้วจากหนังสือชื่อ  Messages from Water ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและแต่งโดยเจ้านายของน้องเงินที่มีนามว่า ดร.มาซารุ เอะโมโตะ (Dr.Masaru Emoto)ที่โด่งดังไปทั่วโลก ดังนี้

    www.kabirkadre.com   www.masaru-emoto.net

    ๑.พื้นผิวของโลก ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำถึง ๗0% เช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง ๗๐ % และทำหน้าที่เป็นระบบไหลเวียนเลือด คอยหล่อเลี้ยงแทรกซึม   นำสารอาหารต่างๆไปยัง ทุกอณูของร่างกาย  

    ๒.เมื่อได้ทำการวิจัยโดยการใช้กล้อง ส่องดูโมเลกุลของน้ำที่มีที่นำมาจากแหล่งต่างๆ พบว่ารูปผลึกของน้ำมีความสวยงามและหลากหลายตามสภาวะสิ่งแวดล้อม 

    ๓.ภาพของผลึกน้ำ(รูปร่างคล้ายผลึกของเกล็ดหิมะ) จะเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่งดงาม เพียงแค่พูดคำว่า ขอบคุณ และเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่น่าเกลียด เพียงแค่คำพูดว่า ไอ้โง่” 

    ๔.ภาพของผลึกน้ำมนต์จากวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ ยิ่งกว่าภาพไหนๆ น้องเงินจึงได้เข้าใจแล้วว่า น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์และเย็นชื่นใจยามประพรม ก็เพราะว่าได้ผ่านคลื่นกระแสจิต”(คลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง) จากผู้ประพฤติดีปฏิบัติดี แล้วนั่นเอง 

    ๕. หากคิดดี “พูดดีและทำความดีแล้ว ผลึกของน้ำในร่างกายของเรา จะสวยงามและมีพลัง

    ของความดีขนาดไหน พลังของผลึกน้ำในร่างกายนี่หละที่จะดึงดูดและส่งผลให้เราประสบแต่สิ่งดีๆในชีวิต 

    masaru emoto

      

     

    Water crystal of Fujiwara Dam before offering a prayer

    รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า ก่อนนำมาทำน้ำมนต์

     

    Water crystal of Fujiwara Dam after offering a prayer

    รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า หลังผ่านการสวดมนต์

    Crystal of water that had been exposed to a playing of "Heavy Metal" Music

    รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลงร็อคที่รุนแรง

       

    Crystal of water that had been exposed to a playing of Kawachi Folk Dance Song

    รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลง"คาวาชิ" โฟลคเดนซ์ 

    the words “you make me sick. I will kill you.

    รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"คุณทำร้ายฉัน,ฉันจะฆ่าคุณ"

    Crystal of water that had been exposed to the words "Thank you" Typed on a paper pasted on the bottle

    รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"ขอบคุณ"ติดอยู่ข้างขวด

    "Love / Appreciation" 

    รูปผลึกน้ำที่กล่าวคำว่า "รัก/หรือคำยกย่องชมเชย"

    Frozen water

    หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับงานวิจัยนี้อีกชิ้นคือ ภาพถ่ายแสงออร่า (Aura) เพียงแค่ถ่ายขณะยิ้ม แสงออร่าที่ออกมาก็จะงดงามตามไปด้วย ซึ่งมีการพิสูจน์มาแล้วอย่างมากมายจากต่างประเทศ จนมีคนหัวใส นำงานวิจัยมาจดสิทธิบัตรและทำเป็นธุรกิจ เช่น ธุรกิจน้ำแร่ที่มีภาพผลึกที่งดงามแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติต่างๆ หรือเปิดธุรกิจร้านถ่ายภาพแสงออร่า เป็นต้น

    ซึ่งขอแนะนำว่าหากจะทำธุรกิจแบบนี้บ้าง ให้ทำด้วยใจที่หวังจะมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นจริงๆ

     

    www.aura-photo.fr 

     

    คำสำคัญ: วิจัย  ผลึกน้ำ  บุญ  ความลับ  water  message  masaru  emoto  crystal

    สร้าง: อ. 10 เม.ย. 2550 @ 04:24   แก้ไข: อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 14:24

    ความคิดเห็น

    หน้า: 1

    1. Piyachart Wattanaponganant
    เมื่อ อ. 16 ต.ค. 2550 @ 09:25
    424575 [ลบ]

    ดีใจมากที่โชคดีที่ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนำในบทความนี้ เพราะทำให้ทราบคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างนำกับสิ่งต่างๆบนโลกนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการทำนำมนต์เพราะวิทยาศาสตร์สามารถที่จะพิสูจน์สิ่งที่มองไม่เห็นได้สำเร็จแล้ว ขอขอบคุณน้าที่อยู่บนโลกนี้ทั้งหมด และขอขอบคุณผู้ค้นพบแล้วนำมาเผยแพร่ทุกท่าน ขอให้ทุกคนรักน้ำให้มากๆนะ ขอบคุณครับ